บทที่4/2
posted on 30 Apr 2008 22:05 by wormearth
ผมนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ผมไม่คุ้นเคยเพื่อทนรับฟังประโยคสนทนาในหัวข้อที่ผมไม่สนใจ ผมจึงเลือกที่จะจมดิ่งไปกับบทเพลงแสนเศร้าที่กำลังบรรเลงอยู่
เมื่อเบนสายตาขึ้นไปบนเวที ผมเห็นนักดนตรีกับสีหน้าเรียบเฉยของพวกเขา และใบหน้าของคนที่กำลังขับร้องเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อเลื่อนสายตาลงต่ำแล้วกวาดดูรอบตัว ผมเห็นหลายคนเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆและขยับปากไปตามเสียงเพลง อีกหลายคนสนใจอยู่กับการสนทนาโดยไม่แม้แต่จะหยุดฟัง คงปล่อยให้เสียงเพลงไหวผ่านพัดไปเหมือนสายลม
หรือว่าจะมีแต่ผมคนเดียวที่รู้สึกเศร้าไปกับเสียงเพลง หรือว่าแท้ที่จริงแล้วบทเพลงนี้มันไม่ได้เศร้าอย่างที่ผมคิด แต่เป็นผมต่างหากที่เศร้า
ผู้คนคลาคล่ำเบียดเสียด จนร้านโปร่งกว้างดูเล็กแคบ ผู้คนยิ่งมากมายเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผมตระหนักได้ถึงความโดดเดี่ยวของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น และความโดดเดี่ยวก็เหมือนกับกระแสน้ำเชี่ยวกราดที่คอยดับแสงสว่างแห่งชีวิตผมให้มอดมิด คงเหลือแต่เพียงความเหงาและความมืดหม่นเท่านั้น
ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองจมหายไปกับฝูงคน จมหายไปในความรู้สึกเปล่าดายของตัวเอง หายไปยังที่ไหนสักแห่งที่ไกลแสนไกลจากที่นี่ ไม่ใช่การไกลห่างจากระยะทาง หากแต่เป็นการไกลห่างทางความรู้สึก เพราะต่อให้ร่างกายทุกอณูแนบชิดและบางส่วนสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ผมก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองได้อยู่ในหรืออยู่ใกล้กับหัวใจของเขาเลย แม้เพียงสักครั้ง
ลมหนาวไม่อาจพัดพาเอาความเย็นให้ผ่านผู้คนนับร้อยมาถึงผมที่นั่งอยู่มุมในสุดของร้าน เหงื่อซึมตามหน้าผากและผุดพรายไปทั่วแผ่นหลัง ทั้งที่ร่างกายร้อนอ้าวถึงขนาดนี้แต่ทำไมไออุ่นไม่เคยแผ่ซ่านไปถึงหัวใจที่แห้งแล้งและเยียบเย็นได้เลยแม้เพียงสักนิด
ที่ที่ผมอยากอยู่ในคืนข้ามปีแบบนี้ ไม่ใช่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่กับคนพวกนี้ หากแต่เป็นที่ไหนสักแห่งบนโลกกับคนที่ผมรักจนหมดใจ แต่มันก็คงเป็นเหมือนกับความฝันอื่นๆเกี่ยวกับเขา ที่ยิ่งกว่าเลื่อนลอยและไม่มีวันเป็นจริง
“เขาจะคิดถึงผมบ้างไหม” เป็นคำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวใจและในความคิดของผมตลอดค่ำคืน แต่ผมไม่กล้าถามและไม่คิดที่จะถาม หาใช่เพราะกลัวในคำตอบ หากแต่เป็นเพราะคำตอบนั้นผมรู้ดีอยู่แก่ใจ
ลูกแมวน้อยดึงแขนให้ผมเข้าไปใกล้แล้วกระซิบคำแผ่วเบาที่ข้างหู “ขอโทษนะ แทนคงเบื่อแย่”
“คิดมากน่า ปริมอยู่กับเพื่อนให้สนุกเถอะ ผมสบายมาก” ผมยิ้มเพื่อให้เธอคลายกังวล
“ขอบคุณนะคะ แทนใจดีที่สุดในโลกเลย” มือเล็กนุ่มที่คุ้นเคยจับมือผมไว้ ก่อนที่เจ้าของมือจะกลับไปสนใจในการพูดคุยกับเพื่อนของเธอต่อ
ผมยิ้มบางๆให้กับใบหน้าด้านข้างของเธอและให้กับตัวผมเอง อย่างน้อยในคืนนี้ผมก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ผมบีบมือเธอเบาๆแทนคำขอบคุณ เธอหันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้างมาให้ผม ผมจึงยิ้มตอบเธอ
“คู่นั้นจะหวานกันไปถึงไหนกัน มดไต่เต็มร้านแล้วเนี่ย” น้ำเสียงยั่วล้อดังมาจากอีกฝั่งฟากของโต๊ะ
“อิจฉาเหรอจ๊ะ” ลูกแมวน้อยของผมถามเย้าเพื่อนรักของเธอ
“อื่อ อิจฉาแต่ก็มีความสุข เวลาเห็นคนรักกัน เรารู้สึกแบบนี้ทุกที”
คำตอบนั้นทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า เรื่องราวที่พบเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจะลวงหลอกสายตาคนเหมือนภาพของเธอกับผมสักกี่มากน้อยกันนะ
.
.
.
.
.
.
.
.
เสียงนับถอยหลังดังขึ้นจากทั่วทุกโต๊ะในร้าน ฉันกล่าว “Happy New Year” กับใครต่อใครไปทั่วด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงร่าเริง ทั้งที่ฉันไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับวันนี้เลยสักนิด ตั้งแต่วันที่หัวใจของฉันแตกสลาย จะกี่รอบของเข็มนาฬิกาที่หมุนวน จะกี่แผ่นของหน้าปฏิทินที่ถูกเปลี่ยน ก็ล้วนแต่ปราศไร้ซึ่งความหมาย ฉันเพียงแต่หายใจทิ้งไปวันๆ
ฉันชอบพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางฝูงชน แม้ว่ามันไม่อาจเยียวยาความเหงาของฉันลงได้ แต่อย่างน้อยมันก็พอทำให้ฉันยังหลอกตัวเองได้ว่า ฉันไม่ได้อยู่ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ตามลำพัง
เมื่อบานประตูถูกผลักออก เพียงแค่ก้าวแรกที่ย่ำเดิน ลมหนาวก็พัดกรูเข้ามาให้หนาวสั่น ทำไมสายลมเดียวกับที่พัดให้คนอื่นเย็นสบาย สำหรับฉันมันถึงได้หนาวจนกรีดหัวใจ
ฉันกอดแขนแล้วเอาหัวอิงซบลงกับไหล่ของแทนขณะเดินไปที่รถ
“ปริมมีความสุขไหมวันนี้” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ค่ะ แล้วแทนหล่ะ”
“ผมก็มีความสุข” ฉันรู้ว่าเขาโกหก แต่จะว่าอะไรได้ในเมื่อฉันเองก็โกหกเขาเหมือนกัน
ความสุขมันเป็นอย่างไรกันนะ หน้าตาของมันพร่าเลือนเกินกว่าที่ฉันจะนึกออก บางทีฉันคงจะลืมมันไปหมดแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ป.ล. 1 ระหว่างคืนข้ามปีของเรื่องนี้กับคืนข้ามปีในเพียงลำพัง
คุณว่าอันไหนเหงากว่ากันคะ?
ป.ล. 2 จบบทที่ 4 ความยาวอยู่ที่ 14 หน้า a4 ฉันตั้งใจจะเขียนให้ได้สัก 120 หน้า
คนเขียนจะเขียนไหวไหม แล้วคนอ่านจะอ่านไหวไหม?
ป.ล. 3 ฉันป่วยๆ หายๆ ค่ะช่วงนี้ รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ
ป.ล. 4 เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยลุกมาเปิดทีวีดูบอล เลยยิ่งนอนไม่หลับเข้าไปใหญ่
เช้ามาเลยป่วยหนัก คืนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตารอดูบอล พรุ่งนี้ฉันจะรอดไหม
ป.ล. 5 รู้ว่าบอกไปแล้วแต่อยากบอกอีกที "รักษาสุขภาพนะคะ"
ป.ล. 6 ......