บทที่ 2
posted on 03 Apr 2008 22:55 by wormearth
หลังจากที่รถคันสีดำเคลื่อนผ่านหน้าบ้านไป ฉันบอกกับตัวเองว่าฉันจะใช้ความพยายามอีกครั้งเพื่อที่จะผ่านคืนนี้ไปให้ได้ด้วยตัวเอง ฉันได้แต่หวังว่าครั้งนี้มันคงจะสำเร็จเสียที
.ฉันปิดประตูบ้านอย่างช้าๆ ทันทีที่ลงกลอนเสร็จ ฉันรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างเดียวดาย ปีศาจที่ชื่อความเหงามันตามมาหลอกหลอนฉันอีกครั้ง ราวกับว่าอยู่ๆบ้านหลังเล็กมันก็ดูกว้างใหญ่ขึ้นมา กว้างมากจนน่ากลัว เมื่อลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง ฉันหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
.ฉันไม่รู้หรอกว่าถ้าความเหงามีตัวตน คนอื่นจะมองเห็นว่ามันมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สำหรับฉัน มันเหมือนปีศาจร่างใหญ่ที่ผิวกายเป็นสีดำทะมึน ตาโตของมันแดงก่ำ ฟันของมันซี่ใหญ่สีเหลืองน่าเกลียด อุ้งมือของมันใหญ่หนาและเต็มไปด้วยหนามอันแหลมคม
.ฉันจะต้องอยู่คนเดียวให้ได้ในคืนนี้ ฉันจะสู้รบกับความเหงา ฉันจะทำสงครามกับความเดียวดาย
.ฉันเข้ามาในบ้านเปิดทีวี รีโมทถูกกดเพื่อเปลี่ยนช่องไปเรื่อย แต่ความอ้างว้างยังคงก่อตัว ทีวีไม่ช่วยให้ฉันหายเหงา ฉันเริ่มออกเดิน เดินจนทั่วบ้าน ฉันยังคงเห็นเงาของความเหงาคืบคลานเข้ามาใกล้ ฉันเดินเร็วขึ้นอีก มันก็ยังตามติดฉันมาไม่ห่าง ฉันเริ่มวิ่ง วิ่งจนเหนื่อยหอบ สุดท้ายก็ทรุดตัวลงนั่งตรงหลังบ้านอย่างสิ้นหวัง
.ถ้าความเหงาเกิดขึ้นจากตัวฉัน ถ้าฉันทำให้มันเจ็บปวด มันจะกลัวจนหนีไปไหมนะ ฉันเริ่มเอาเล็บยาวๆของตัวเองจิกลงบนฝ่ามือ จนทิ้งรอยแดงลึก แต่ทำไมฉันถึงยังเหงา ฉันเริ่มข่วนแขนของตัวเองจนเลือดซึม มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย ฉันยังคงเหงา สุดท้ายฉันกรีดร้องโดยปราศจากเสียงด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่น้ำตาจะไหลพรูออกมา ฉันยอมแพ้แล้ว
.มือคู่เล็กปาดน้ำตาจนมันแห้งเหือด ฉันลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งหน้า และแต่งตัว น้ำหอมกลิ่นเย้ายวนถูกฉีดพรมไปทั่วร่าง ทั้งที่ท้ายที่สุดแล้วกลิ่นหอมของมันก็คงจะถูกกลบไปด้วยกลิ่นเหม็นของควันบุหรี่อยู่ดี
.
.
.
.
.
กฎสองข้อที่ฉันตั้งไว้สำหรับความสัมพันธ์แบบนี้ของตัวเอง
.ข้อแรก ฉันจะไปกับใครก็ได้ที่เดินเข้ามาหาฉันเป็นคนแรก ผู้หญิงสำส่อนอย่างฉันไม่เลือกอยู่แล้วว่าคนๆนั้นจะเป็นผู้ชายหรือว่าผู้หญิง
.เพราะกฎข้อนี้เองที่ทำให้ครั้งล่าสุด ฉันต้องมีอะไรกับชายแก่ที่อ้วนจนพุงพลุ้ย หัวล้าน และเท้าเหม็น โดยปกติฉันจะไม่จดจำผู้ชายที่ฉันเคยมีความสัมพันธ์ด้วย แต่ชายแก่คนที่ว่าทำฉันขยะแขยงเกินกว่าจะลืมได้ลง
.ข้อสุดท้าย ฉันจะไม่นอนกับใครซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะว่าฉันไม่อยากสร้างความผูกพันกับใครโดยไม่จำเป็น
ในคืนนี้ ฉันบนรถคันสีขาวจึงมองหาผับหรือบาร์ที่ไม่คุ้นตา ฉันไม่ชอบไปที่ซ้ำๆ เพื่อพบเจอกับผู้ชายหน้าเดิมๆ ฉันไม่อยากต้องมาคอยนั่งคิดหาข้อแก้ตัวเพื่อปฏิเสธผู้ชายพวกนั้น
.
..
“ On the Rock แก้วนึงค่ะ”
.หลังจากรับเครื่องดื่มสีอำพันมาไว้ในมือ ฉันก็เริ่มส่งสายตาสอดส่ายไปทั่วร้าน ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังมองมา ฉันส่งยิ้มไป เขาเลยเดินใกล้เข้ามา
.“สวัสดีครับ”
.“สวัสดีค่ะ”
.“มาคนเดียวเหรอครับ”
.“ค่ะ”
.“ไม่รู้ว่าจะรังเกียจหรือเปล่า ถ้าผมจะขอนั่งด้วย”
.“ก็แล้วแต่คุณสิคะ”
.รอยยิ้มฉาบอยู่บนริมฝีปากบางของฉันตลอดการสนทนาอันไร้สาระนี่ เพราะถ้าเราเอามารยาททางสังคมโยนทิ้งไป เขาคงจะพูดกับฉันแค่ “คุณจะเอากับผมไหม” และฉันก็คงจะได้แต่พยักหน้า
.ฉันเคลื่อนไหวร่างกายไปตามจังหวะเพลง และจังหวะของมือทั้งสองข้างของเขาที่จับอยู่ที่สะโพกฉัน เสียงกระซิบที่ข้างหูดังมาจากด้านหลัง “ไปทานกาแฟที่ห้องผมไหมครับ”
. “ค่ะ”
.
....
ห้องของเขาระเกะระกะไปด้วยกีต้าร์ กองหนังสือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
.สายตาฉันยังไม่ทันจะสำรวจได้หมด เขาก็เข้ามาประชิดตัวเสียจนบดบังสายตาฉันจากอะไรอย่างอื่น แล้วก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ ใกล้จนได้กลิ่นควันบุหรี่ที่ติดตามเสื้อผ้า เส้นผม และผิวกาย เมื่อเขาใกล้เข้ามาอีก ฉันได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจอุ่น
.ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะประทับจูบ “แล้วไหนกาแฟของฉันล่ะคะ” ฉันถามยิ้มๆ
.เขาผละตัวออก “กาแฟ อ๋อ กาแฟ เดี๋ยวผมไปชงให้ครับ” เขาเดินไปอีกมุมของห้องแล้วชูขวดกาแฟที่ว่างเปล่าให้ฉันดู “รู้สึกจะหมดครับ แต่ถ้าคุณอยากกินจริงๆเดี๋ยวผมไปซื้อให้”
.“ไม่ต้องหรอกค่ะ” ฉันพูดพลางย่างกรายเข้าไปใกล้ แล้วเอามือสัมผัสที่ใบหน้าเขาอย่างแผ่วเบา และลูบไล้ลงต่ำ ผ่านลำคอ ผ่านหน้าอก ก่อนจะหยุดอยู่ตรงแถวหน้าท้อง
.“ฉันอยากกิน...อย่างอื่นมากกว่า” ฉันพูดพลางแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ดอย่างช้าๆ
.แค่โดนฉันผลักเบาๆ ร่างเปลือยเปล่าของเขาก็หล่นร่วงลงบนเตียงรก เขากวาดหมอน หมอนข้าง และผ้าห่มลงพื้น แล้วเอื้อมมือจะปิดไฟที่หัวเตียง ฉันจับแขนเขาไว้ “เปิดเอาไว้เถอะ ฉันชอบแบบนี้”
.“คุณเป็นผู้หญิงคนแรกเลยที่ขอให้ผมเปิดไฟ” น้ำเสียงของเขาฟังดูชื่นชม
“เหรอคะ”
.
.
.ฉันในวัยเยาว์ ในวันที่ยังไร้เดียงสา และมีความรัก การร่วมรักของฉันทุกครั้งเกิดขึ้นในความมืด ภาพที่แม้มองไม่เห็นแต่ร่างกายยังคงจดจำทุกสัมผัสได้จนถึงวันนี้ ที่ไม่ว่าจะกี่รอยจูบ จะกี่อ้อมกอดของผู้ชายไม่รู้จะกี่คนต่อกี่คนหลังจากนั้นก็ไม่เคยลบล้างได้ ไม่เคยแม้แต่จะลบเลือนด้วยซ้ำ
. ยามที่เข็มเล่มหนึ่งทิ่มแทงร่างกายฉัน เข็มอีกนับล้านเล่มก็ถูกปักลงที่จิตวิญณาณอันแตกสลายกับหัวใจที่ว่างเปล่า ถ้ามันแตกสลายจริง ถ้ามันว่างเปล่าจริง แล้วทำไมฉันถึงยังเจ็บปวด
เมื่อฉันร้องคราง เขาคงเข้าใจว่าฉันสุขสม แต่เปล่าเลยฉันกรีดร้องด้วยความขมขื่นอย่างที่สุด
.
.
.
..............................................................
.
..
วันนี้ตอนใกล้เลิกงาน เธอโทรมาถามผมว่า “วันนี้เรากินบะหมี่แห้งกันไหม” ผมตอบตกลง ทั้งที่เมื่อกลางวันผมเพิ่งจะทานทานมา ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงขัดใจเธอไม่ลงเสียที
.หลังอาหารเย็นเราใช้เวลาหมดไปกับหนังที่เธอเลือก ผมเพิ่งจะได้ดู The Bridges Of Madison County หนึ่งในหนังเรื่องโปรดของเธอเป็นครั้งแรก ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้พลาดหนังๆดีๆแบบนี้ไป ต้องขอบคุณเธอที่ชักชวนแกมขู่บังคับให้ผมดูหนังเรื่องนี้ให้ได้
.
หนังพูดถึงเรื่องราวของรักแท้ระหว่างช่างภาพหนุ่มกับแม่บ้านสาวผู้เป็นภรรยาและแม่ของคนอื่น
ฉากที่ฟรานเชสก้าคุยโทรศัพท์แต่มืออีกข้างก็ยังคลอเคลียโรเบิร์ตไม่ห่างยังคงติดตา ภาพของหญิงชายบนรถคนละคันในวันที่ฝนตกหนักราวกับฟ้าร้องไห้ บีบหัวใจผม และมันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความรักฉาบฉวยชั่วครู่ชั่วยาม แต่เป็นความรักที่ยืนยาวไปจนจวบชั่วชีวิตของคนทั้งคู่
ผมแค่สงสาร แต่ลูกแมวน้อยของผมถึงขั้นอยากให้ฟรานเชสก้าหนีตามผู้ชายที่เธอรักและรักเธอไป แต่ถึงผมจะสงสารโรเบิร์ตอย่างไร ผมก็ไม่ลืมที่จะนึกถึงความรู้สึกของผู้ชายอีกคน ผิดนักเหรอที่เขาทำให้ภรรยารักได้ไม่มากเท่า ผิดนักเหรอที่เขาไม่มีอารมณ์อ่อนหวานโรแมนติกอย่างที่เธอต้องการ
.
ในวันที่ฝนตกหนักวันนั้น หัวใจที่ร้าวรานไม่ได้มีเพียงเขาและเธอ หัวใจอีกดวงปวดปร่าไม่น้อยไปกว่า
ผู้ชายอีกคนจะไม่รู้เชียวเหรอถึงสาเหตุที่ภรรยาร้องไห้ ทุกคืนที่ร่วมเรียงเคียงหมอนจะไม่รู้สึกเลยใช่ไหมว่าอีกฝ่ายหมดรักและนอกใจ
ที่เขาไม่ปล่อยเธอไปอาจเป็นเพราะเขารักเธอไม่พอ หรือไม่ก็เพราะว่าเขารักเธอมากเกินไป หรือบางทีชีวิตคู่ก็มีอะไรที่มากกว่าความรัก จริงอยู่ว่าการที่ต้องทนอยู่กับคนที่เราไม่รักอีกแล้วมันทรมาน แต่การที่ต้องอยู่กับคนที่เราเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาหมดรัก ในขณะที่เรายังรักเขาอยู่เต็มหัวใจมันทรมานยิ่งไปกว่า
.
เมื่อผมเล่าให้เธอฟังถึงสิ่งที่ผมคิด เธอขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วกอด “แทนรู้ใช่ไหม ว่า
ปริมรักแทน”
.
“ผมรู้ ผมก็รักปริม”
.................................................................
ป.ล. 1 ขอบคุณที่อ่านจบค่ะ
ป.ล. 2 ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นแล้วก็คำแนะนำติชมในเอนทรี่ที่แล้วด้วยนะคะ
ป.ล. 3 เมื่อวานได้ฟังเพลงนี้ในวิทยุ ฟังแล้วก็คิดถึงเรื่องราวของบทที่ 2 เลยเอาเพลงมาลงเพิ่ม
ป.ล. 4 เล่าให้น้องคนหนึ่งฟังถึงเรื่องที่เขียนในเอนทรี่นี้ เขาว่ามันโป๊
ถามใจฉัน ฉันไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น ถามใจคุณบ้างค่ะ