นิทาน(ที่ยังไม่มีชื่อ)
posted on 19 Mar 2008 15:18 by wormearth
.
หมู่บ้านผู้วิเศษ
.
.
ครอบครัวเฟลมมิ่งเพิ่งจะย้ายเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของหมู่บ้านผู้วิเศษ สมาชิกทุกคนตื่นเต้นมากกับการย้ายบ้านครั้งนี้ เพราะหมู่บ้านผู้วิเศษกำลังเป็นที่นิยมในหมู่พวกเศรษฐีที่ต้องการแสวงหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเวทมนต์ แต่แน่นอนว่าครอบครัวเฟลมมิ่งไม่ใช่เศรษฐี และไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด
.
นายริชาร์ด เฟลมมิ่ง ทำงานเป็นผู้จัดการในบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง รายได้ของเขาอาจจะเรียกได้ว่ามากพอสมควรแต่ไม่ใช่เศรษฐีแน่ๆ ยิ่งถ้าเทียบกับคุณเบนนี่ กิ๊บสัน ประธานบริษัทซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี้เช่นกัน
.
บ้านใหม่ของครอบครัวเฟลมมิ่ง เรียกได้ว่างดงามไม่ต่างไปจากบ้านราคาหลายสิบล้านเหรียญ แต่นายริชาร์ด เฟลมมิ่งซื้อบ้านหลังงามนี้มาในราคาเพียงแค่หกแสนเหรียญเท่านั้น โดยราคานี้รวมค่าภาษีและค่านายหน้าไปด้วยแล้ว อันที่จริงแล้วราคาหกแสนเหรียญไม่ได้ถูกเลย เพราะบ้านเก่าของพวกเขาราคาเพียงแค่หนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญเท่านั้น และขนาดของบ้านก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไร แต่ถ้าเทียบกับราคาบ้านแถวนี้แล้วมันถูกเกินไป
.
สัญชาติญาณบอกกับเขาว่า มันต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแน่ๆ อย่างเช่นมันอาจจะเป็นบ้านที่ใกล้จะพัง รกร้าง หรืออะไรสักอย่างที่เป็นเหตุผลให้บ้านหลังนี้มีราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ทั้งหมดที่เขาพบก็คือบ้านหลังนี้อาจจะหลังเล็กกว่าบ้านหลังอื่น แต่มันก็ไม่ได้ดูมีปัญหาอะไร เขาหวังว่าการย้ายบ้านครั้งนี้คงจะดีกับลูกสาวทั้งสองคนของเขา
.
ลูกสาวคนโตของเขา เอมิลี่ เธอเพิ่งอายุสิบสี่ปีแต่ดูเธอจะจริงจังกับทุกอย่างในชีวิต เธอเงียบขรึม เก็บตัว และหันหลังให้โลกแห่งเวทมนต์และจินตนาการอย่างสิ้นเชิง บางครั้งเขาอยากเห็นแววตาเธอระยิบพราวด้วยความฝันอย่างที่เด็กอายุสิบสี่ปีควรจะมี เขาได้แต่หวังว่าหมู่บ้านผู้วิเศษจะเปลี่ยนเอมิลี่น้อยๆของเขาได้
.
ส่วนอิซาเบลเธอแตกต่างจากพี่สาวของเธออย่างสิ้นเชิง เธอเป็นเด็กที่ร่าเริงและมีความฝันอยู่เสมอ คนที่รบเร้าอยากให้เขาย้ายบ้านมากที่สุดก็คงเป็นอิซาเบลนี่แหละ เขาต้องทนฟังเธอออดอ้อนเรื่องย้ายบ้านทุกวันนับแต่หนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องหมู่บ้านผู้วิเศษ
.
เขายังจำได้ว่าในวันที่ร้อนที่สุดของกลางฤดูร้อน หนังสือพิมพ์มาร์เวลได้ลงข่าวเกี่ยวกับหมู่บ้านผู้วิเศษ
.
.
.
ครั้งหนึ่งซึ่งไม่เคยมีใครรู้ว่านานแค่ไหน ได้มีผู้วิเศษหลายคนอาศัยอยู่ที่นี่ เป็นที่รู้จักกันในนามหมู่บ้านผู้วิเศษ ซึ่งอยู่ใกล้กับป่าวินเซนต์อันมีชื่อเสียงในเรื่องกวางภูเขา แต่ต่อมาชุมชนได้ขยายออกไปเรื่อยจนรุกรานเขตป่าและเข้าใกล้หมู่บ้านผู้วิเศษขึ้นทุกที
นายสมิธ วิลสัน พ่อค้าที่ดินที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งยุคจึงเข้าไปเจรจาขอซื้อที่ของหมู่บ้านผู้วิเศษ การเจรจาดำเนินไปกว่าสองปีจึงสำเร็จลง ขณะนี้หมู่บ้านผู้วิเศษได้ตกเป็นกรรมสิทธิของนายสมิธแล้ว โดยนายสมิธมีโครงการจะทำเป็นหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งนายสมิธได้กล่าวว่า “ที่นี่คุณจะได้กลิ่นไอของเวทมนต์ เด็กๆของคุณจะได้ครอบครองสิ่งที่พวกเขาเคยได้แต่ฝันถึง แต่แน่นอนว่าราคาของมันก็ต้องสมกับคุณค่าของมันด้วย”
.
.
.
.
มันแทบไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะมีทางเป็นไปได้ที่เขาได้มาเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านนี้แต่ในที่สุดมันก็เป็นไปได้แล้ว การขนย้ายของผ่านไปอย่างราบรื่น
.
บ้านนี้มีห้องนอนสี่ห้องพอดี ห้องนอนใหญ่สำหรับเขาและแมรี่ภรรยาสุดที่รัก เธอรักเตียงไม้โบราณนั่นเหลือเกิน เธอบอกว่ามันสวยงามราวกับออกมาจากในโลกของเทพนิยาย
.
เอมิลี่กับอิซาเบลได้ห้องนอนกันคนละห้อง วูบหนึ่งที่เขาคิดว่าเขาเห็นเอมิลี่ยิ้ม ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รอยยิ้มของเอมิลี่กลายเป็นของหายากสำหรับครอบครัว ส่วนอิซาเบลเธอดูมีความสุขมากกว่าเดิมทั้งๆที่ปกติเธอก็ดูเป็นคนมีความสุขมากอยู่แล้ว
.
เขาคิดไม่ผิดเลยที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ยังมีบางอย่างกวนใจเขา บางความรู้สึกที่ว่าบ้านหลังนี้ต้องมีอะไรสักอย่างผิดพลาดแน่ๆ เพียงแต่ว่ามันคืออะไร
.
.
.
.
to be continue....(a long times)
.
.
.
*************************************
.
.
คืนก่อนเปิดคอม ดูไฟล์งานเก่าเก็บของตัวเอง
เลยไปเจอนิทานที่ยังเขียนไม่จบเรื่องนี้เข้า
มันดูไม่เหมือนงานเขียนของฉันเอาเสียเลยว่าไหมคะ
ใครที่ว่าสวนสนุกร้างของฉัน เหงา เศร้า และหดหู่
หวังว่าของเล่นชิ้นใหม่คงพอทำให้ยิ้มกันได้บ้าง ^_^