จดหมายในคืนไร้ดาว-13
posted on 27 Dec 2007 20:26 by wormearth in empty-postboxเช้าวันนี้ผมแทบไม่อยากลุกจากที่นอน คงเพราะฝันดีเมื่อคืน ในฝันที่มีนิรดาอยู่กับผม ผมพยายามจะข่มตาหลับอีกครั้งเพื่อที่จะได้เห็นภาพในฝันนั้นต่อ แต่เปล่าประโยชน์ ภาพในความฝันเรื่องใหม่ไม่มีเธอ ผมจำต้องลุกจากที่นอนเพราะนี่ก็สายเต็มทีแล้ว
.
ที่หน้าร้านมีผู้หญิงวัยกลางคนกำลังมองเข้ามาในร้านด้วยท่าทีแปลกๆ ดีจังที่มีลูกค้ามาแต่เช้าแบบนี้ ผมเดินไปเพื่อเปิดประตูร้าน และเมื่อผมจะเชื้อเชิญเธอเข้าไปในร้าน ผมก็พบกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ผมคุ้นเคย
.“สวัสดีครับป้าสุ มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ แล้วป้าสุมายังไง ทำไมไม่บอกให้ผมไปรับ” น้ำเสียงของผมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
.“ใจเย็นๆสิจ๊ะวิทย์ วิทย์ถามป้าเป็นชุดแบบนี้ แล้วจะให้ป้าตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ” ป้าสุยิ้มให้ผมอย่างเอ็นดูเหมือนเคย
.“เข้าไปข้างในก่อนดีกว่าครับ แล้วค่อยคุยกัน”
.“จ๊ะ”
.
.ผมเลื่อนเก้าอี้ให้ป้าสุนั่ง ญาติเพียงคนเดียวของผม ญาติผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพรัก ญาติที่รักและเอ็นดูผมเหมือนกับลูกซึ่งก็อาจเป็นเพราะป้าสุไม่มีลูกก็เป็นได้
.“ป้าสุทานอะไรมาหรือยังครับ กาแฟสักหน่อยไหมครับ เดี๋ยวผมไปชงให้”
.“ไม่เป็นไรจ๊ะ ป้าทานมาเรียบร้อยแล้ว วิทย์ตื่นสายแบบนี้ ขืนป้ารอทานกับวิทย์ ป้าคงหิวตายพอดี” น้ำเสียงนั้นไม่มีวี่แววของการตำหนิเลยสักนิด ยังคงเป็นน้ำเสียงที่เอ็นดูผมเช่นเคย
.“แล้วป้าสุทำไมถึงมาเมืองไทยได้ครับ”
.“พอดีเพื่อนสนิทป้าเสียป้าก็เลยต้องมางานศพเค้า ป้าเพิ่งมาถึงเมื่อคืนเองจ๊ะ”
.“ทำไมไม่ให้ผมไปรับล่ะครับ”
.“อย่าเลย ป้ามาแท็กซี่สะดวกกว่า เมื่อคืนมาถึงก็ดึกเต็มที ป้าไม่อยากจะรบกวนวิทย์”
.“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับป้าสุ ป้าสุไม่เคยรบกวนผมสักที แล้วป้าสุพักที่ไหนครับเนี่ย ทำไมไม่บอกผมก่อนผมจะได้เตรียมห้องไว้ให้”
.“ป้าพักโรงแรมใกล้ๆวัด วิทย์ไม่ต้องห่วงป้าหรอกจ๊ะ วิทย์หน่ะเมื่อไหร่ก็เป็นแบบนี้เสมอ เอาแต่ห่วงคนอื่น แล้วตัววิทย์เองล่ะ เคยดูแลตัวเองบ้างไหม ดูเสื้อผ้าซิ รีดบ้างหรือเปล่าเราน่ะ”ผมได้แต่ยิ้มแหยๆแทนคำตอบ
.“สตีฟมาด้วยหรือเปล่าครับ”
.“เปล่าจ๊ะ ป้ามาคนเดียว ให้สตีฟเค้าดูร้านที่นู่น แต่สตีฟเค้าฝากความคิดถึงมาถึงวิทย์ด้วยนะ”
.“ผมก็ฝากสวัสดีสตีฟด้วยครับ”
.“แล้วหนูนิล่ะ ไปทำงานเหรอ ป้าซื้อกระเป๋ามาฝากหนูนิด้วย” ป้าสุพูดพร้อมกับส่งถุงใบใหญ่มาให้ผม
.“ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอกครับ เพราะผมคงเอาไปให้นิไม่ได้ ผมกับนิเลิกกันไปแล้ว” ท้ายประโยคเสียงของผมแผ่วเบา“อ้าว ทำไมล่ะจ๊ะ”
.“นิเค้าบอกว่าผมเป็นคนไม่เอาไหนครับ” น้ำเสียงของผมฟังดูราวกับเด็กช่างฟ้อง ผมได้ยินเสียงป้าสุถอนหายใจเบาๆ“อย่าคิดมากนะวิทย์ ป้ารู้ว่าวิทย์ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นหรอก” ป้าสุพูดพร้อมๆกับที่ลุกจากเก้าอี้เพื่อมาลูบหลังผม
.“ขอบคุณครับป้า” ใจจริงผมอยากจะบอกกับป้าสุว่าผมมันเป็นคนไม่เอาไหนจริงๆนั่นแหละ แต่ผมไม่อยากทำให้คนที่เชื่อมั่นในตัวผมมาตลอดต้องเสียความรู้สึก
.“แล้วนี่ก็ของวิทย์” ป้าสุพูดพร้อมกับยื่นซองสีน้ำตาลให้ผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อผมเปิดออกดูก็พบกับแบงค์พันปึกใหญ่
.“ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอกครับ” ผมพูดพลางยื่นซองสีน้ำตาลคืนให้ป้าสุ แต่ป้าสุไม่ยอมยื่นมือมารับ
.“วิทย์ ผู้ใหญ่ให้ของต้องทำยังไงจ๊ะ”
.“แต่นี่มันมากเกินไป ผมรับไม่ได้หรอกครับ”
.“วิทย์ วิทย์ฟังป้านะ ป้าไม่ได้มาเมืองไทยบ่อยๆ ถ้าวิทย์เกิดมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ป้าก็อยู่ไกลเกินกว่าจะมาช่วยเหลือวิทย์ได้ทันท่วงที และป้ารู้ว่าถึงเกิดเรื่องกับวิทย์ขึ้นมาจริงๆ วิทย์ก็คงไม่มีทางเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากป้า เงินนี่เก็บไว้เถอะ ถือว่าป้าขอร้อง”
.“แต่ป้าสุครับ”
.“ไม่มีแต่แล้วจ๊ะ”
.“ขอบคุณมากครับ”
.“ไม่เป็นไรจ๊ะ” ..เราพูดคุยกันอีกสักพักก่อนที่ป้าสุจะขอตัวกลับ ป้าสุไม่ยอมเอากระเป๋าที่ซื้อมาฝากนิรดากลับไปด้วย“เก็บไว้ให้แฟนในอนาคตของวิทย์นะ” ป้าสุพูดกับผมเช่นนั้น แต่ผมรู้ดีว่าคงไม่มีผู้หญิงคนนั้น นอกไปจากนิรดาแล้วผมก็นึกไม่ออกว่าผมจะรักผู้หญิงคนอื่นได้ยังไง
.ผมเดินไปส่งป้าสุขึ้นรถแท็กซี่ ภาพหญิงวัยกลางคนที่สวยสง่าและอ่อนโยนมีเมตตา ค่อยๆหายลับไปพร้อมกับรถแท็กซี่สีเขียว
.การมาเยือนของป้าสุเป็นเรื่องดีเรื่องแรกและเรื่องเดียวตั้งแต่นิรดาจากไป เพราะวันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายปีที่ผมยิ้มออกมาจากความรู้สึก ไม่ใช่ยิ้มตามมารยาทอย่างแกนๆเหมือนที่ผมทำทุกวัน
.
.
.
to be continue...
อยากอ่านต่อเร็วๆ จังค่ะ ช่งนี้ไม่มีอะไรทำ นิยายในร้านก็อ่านเกือบหมดแล้ว
#1 By นางสาวความสุข on 2007-12-27 20:46