ฉันไม่เข้าใจเหตุผลที่คนแปลกหน้าสองคนตัดสินใจจะกระโดดขึ้นเตียงด้วยกัน มัน อยากขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

เมื่อก่อนฉันก็เคยตั้งคำถามแบบนี้เหมือนกัน

 

แล้วได้คำตอบว่า?

 

จำไม่ได้แล้ว

 

            อ้าว แล้วถ้าเป็นตอนนี้หล่ะ?

 

            มันก็ไม่เห็นต้องคิดอะไร มันก็เหมือนกับเวลาแกกินข้าว ฉี่ ขี้ ดูทีวีนั่นแหละ ทีเวลาแกทำกิจกรรมพวกนั้นแกไม่เห็นถาม

 

            ก็มันไม่เหมือนกันนี่

 

            มันก็ไม่ต่างกันนักหรอก

 

 

 

 

     

ประโยคสนทนาบทนั้นลอยมาจากโต๊ะข้างหลัง ในร้านอาหารกึ่งผับของค่ำคืนวันศุกร์

 

ผมไม่กล้าหันกลับไป...

 

กลัว... สายตาแล้งไร้แบบนั้นจะทำผมสะทกสะเทือนอีกครั้ง

 

กลัว... รอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองจะทำให้ผมสั่นไหว

 

 

 

  

บางคนรู้จักความอ้างว้างได้ดีกว่าใคร...

 

ต่อให้สนิทสนมกันมากแค่ไหน...

 

ก็ไม่มีทางที่เขายอมรับกับใครหน้าไหนทั้งนั้นว่าคนอย่างเขาเหงาได้ ร้องไห้เป็น

 

           อย่าพูดเรื่องความรักให้เขาฟัง ถ้าไม่อยากเห็นรอยยิ้มเหยียดๆ กับเสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ

 

ไม่รู้เพราะเหตุใด ความเศร้าถึงดึงดูดผมได้ดีเสมอ...

 

 

  

มองฟ้าในราตรีพร่างดาว...

 

ไม่รู้ว่าบนฟ้ากว้างจะมีนกปีกหักอีกซักกี่ตัวที่กำลังกระพือปีกอย่างเจ็บร้าว

 

แต่นกปีกหักที่บินอยู่ในใจ ตัวเดียวก็มากพอ...

 

คิดไปถึงนกปีกหักของผมอีกครั้ง...

 

ดึกดื่นป่านนี้ ไม่รู้ว่าเธอจะไปโบกปีกล้าอยู่ที่ไหน

 

หรือซมคลานซุกตัวโหยหาไออุ่นอยู่ในอ้อมแขนใคร

 

แล้วจะรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังถูกใครอีกคนคิดถึงเอามากๆ ตลอดมา...